Categories
new

เกาหลีใต้ยกระดับสกัดโควิดใน ‘กรุงโซล’ ขณะออสซี่หน้ามืด ‘ล็อกดาวน์’ แล้วแต่เคสใหม่ที่ ‘ซิดนีย์’ พุ่งต่อ

เคสใหม่ผู้ป่วยโควิด-19 ของเกาหลีใต้ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระดับวันละกว่า 1,000 คน และรัฐบาลเริ่มมาตรการควบคุมโควิดเข้มข้นสูงสุดในกรุงโซลวันจันทร์ (12 ก.ค.) เช่นเดียวกับนครซิดนีย์ที่ไวรัสกลายพันธุ์เดลตายังอาละวาดไม่หยุดแม้ล็อกดาวน์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ไฟเซอร์นัดพบเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เรื่องการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ถึงแม้หมอใหญ่ “ฟาวซี” ลงความเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้ก็ตาม

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (เคดีซีเอ) รายงานเมื่อวันจันทร์ (12) ว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงของวันอาทิตย์ (11) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,100 คน ซึ่งแม้เป็นสถิติสูงสุดไม่ว่าเทียบกับวันอาทิตย์ไหนๆ แต่ยังต่ำกว่าช่วงทำลายสถิติ 3 วันต่อเนื่องซึ่งขึ้นถึงสูงสุดในวันศุกร์ (9) ด้วยจำนวน1,378 คน

นับจากวันจันทร์ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เริ่มปรับมาตรการเว้นระยะห่างในโซลและเมืองใกล้เคียงสู่ระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก โดยรวมถึงการห้ามรวมกลุ่มเกิน 2 คนหลังเวลา 18.00 น.

อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยเวลานี้มีอาการไม่รุนแรงและเสียชีวิตน้อยกว่าการระบาดระลอกก่อนๆ เนื่องจากผู้สูงวัยและกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว กระนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงกังวลว่า ขณะนี้หนุ่มสาวติดเชื้อมากขึ้นเพราะยังไม่ได้ฉีดวัคซีน รวมทั้งสายพันธุ์เดลตากำลังระบาดอย่างน่ากลัว

ไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์นี้กำลังสร้างปัญหาในออสเตรเลียเช่นกัน โดยเมื่อวันจันทร์ รัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานยอดผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นรายใหม่ 112 คน เกือบทั้งหมดอยู่ในซิดนีย์ ทั้งที่เมืองใหญ่ที่สุดในประเทศแห่งนี้ล็อกดาวน์มาแล้ว 2 สัปดาห์

เกลดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า ต้องรอดูความคืบหน้าในวันต่อๆ ไปเพื่อตัดสินใจว่า จะต้องขยายมาตรการล็อกดาวน์ซิดนีย์ที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันศุกร์นี้ (16) หรือไม่

เบเรจิกเลียน เสริมว่า เคสใหม่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกันหรือเพื่อนสนิทของผู้ติดเชื้อ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดจากการระบาดครั้งใหม่ของแดนจิงโจ้ อยู่ที่เกือบ 700 คน ภายในเวลาไม่ถึงเดือนนับจากพบเคสแรกเมื่อกลางเดือนมิถุนายน ในจำนวนนี้ 63 คนอยู่โรงพยาบาล 18 คนอยู่ในแผนกผู้ป่วยวิกฤต และเมื่อวันเสาร์ (10) หญิงชราวัย 90 ปีเป็นผู้ป่วยโควิดคนแรกที่เสียชีวิตในปีนี้ของออสเตรเลีย

ขณะเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ประกาศจัดการประชุมสุดยอดฉุกเฉินแบบเสมือนจริง ของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการรับมือโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจ

อาร์เดิร์น ซึ่งตามกำหนดเดิมจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกออนไลน์ในเดือนพฤศจิกายน เสริมว่า ได้รับการตอบรับแล้วจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนของอเมริกา และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย

ผู้นำนิวซีแลนด์ยังบอกอีกว่า นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เอเปกที่ผู้นำ 21 ชาติจัดการประชุมเพิ่มเติมจากปกติ และทิ้งท้ายว่า ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของชาติสมาชิกเผชิญภาวะหดตัวรุนแรงที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีคนตกงานถึง 81 ล้านคน ดังนั้น มาตรการรับมือร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเร่งรัดการฟื้นตัว

อาร์เดิร์น สำทับว่า การประชุมในวันศุกร์นี้จะหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่น การจัดสรรวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนวัคซีนนั้น เมื่อวันจันทร์ ฟ็อกซ์คอนน์และไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ มานูแฟกเจอริง (ทีเอสเอ็มซี) ของไต้หวัน แถลงว่า สามารถบรรลุข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค 10 ล้านโดส รวมมูลค่าราว 350 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะบริจาคให้รัฐบาลไต้หวันทั้งหมดเพื่อนำไปฉีดให้ประชาชน โดยคาดว่า จะได้รับวัคซีนอย่างเร็วที่สุดปลายเดือนกันยายน ซึ่งจะส่งจากเยอรมนีโดยตรง ทว่า ขณะนี้ยังไม่มีการระบุกำหนดเวลาที่แน่นอนและจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไต้หวันกล่าวหาว่า ถูกจีนขัดขวางจนไม่สามารถเซ็นสัญญากับไบโอเอ็นเทคได้ตามกำหนดเมื่อต้นปี ทว่าหลังจากรัฐบาลไต้หวันถูกโจมตีอย่างหนักว่า ล้าช้าในการจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชน จึงได้ตัดสินใจมอบหมายให้เทอร์รี กัว ผู้ก่อตั้งฟ็อกซ์คอนน์ ตลอดจนทางทีเอสเอ็มซี ไปเจรจาซื้อวัคซีน

โฆษกรัฐบาลไต้หวันยังเผยว่า รัฐบาลได้ขยายแผนการจัดซื้อวัคซีน ซึ่งรวมถึงการสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา “รุ่นต่อไป” จำนวน 15 ล้านโดสสำหรับปีหน้าและปี 2023

ขณะเดียวกัน ไฟเซอร์มีกำหนดหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในวันจันทร์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทอ้างอิงข้อมูลเบื้องต้นที่พบว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 3 จะช่วยให้ภูมิต้านทานโควิดสูงขึ้น 5-10 เท่า เมื่อเทียบกับหลังฉีดเข็มที่ 2

อย่างไรก็ดี เมื่อวันอาทิตย์ นพ.แอนโทนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชั้นนำของอเมริกา กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่รัฐบาลจะแนะนำให้ประชาชนฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 และสำทับว่า ศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) และสำนักงานอาหารและยา (เอฟดีเอ) ทำถูกแล้วที่ยับยั้งไฟเซอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากเห็นว่า การฉีดวัคซีนกระตุ้นยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้

ฟาวซี แจงว่า ผลศึกษาทางคลินิกและข้อมูลจากห้องปฏิบัติการไม่ได้บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนกระตุ้นหลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาครบ 2 เข็ม หรือวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 1 เข็ม

อย่างไรก็ดี เขาสำทับว่า อเมริกาไม่ได้จะหยุดอยู่ที่วัคซีนเข็มที่ 2 แต่ขณะนี้กำลังทำการศึกษาว่า ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือไม่และควรฉีดเมื่อใด